| 1.
|
สมาคมนี้ชื่อว่า สมาคมนักเรียนเก่าสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ใช้อักษรย่อ ส.ส.จ. ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Chulalongkorn University
Demonstration School Alumni Association และใช้อักษรย่อว่า C.D.A.
|
| 2.
|
สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ฝ่ายมัธยม กรุงเทพมหานคร |
| 3.
|
เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปพระเกี้ยวแบบที่ใช้ปักบนเสื้อนักเรียน
อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยม
มีชื่อภาษาไทยอยู่ใต้พระเกี้ยว |
| 4.
|
วัตถุประสงค์ของสมาคม คือ (1)
เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และผดุงมิตรภาพระหว่างนักเรียนเก่าสาธิตจุฬาฯ (2)
เพื่อเป็นสื่อการติดต่อระหว่างมวลสมาชิก (3)
เพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือสมาชิกและนักเรียนปัจจุบันของโรงเรียน (4)
เพื่อส่งเสริมความสนใจในวิชาการและเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของโรงเรียน (5)
เพื่อส่งเสริมด้านการกีฬาและการบันเทิง (6) เพื่อกระทำการอื่นใดอันจำเป็น
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น
ทั้งนี้วัตถุประสงค์ทุกประการไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง (7)
เพื่อส่งเสริมกิจกรรมของอาจารย์และนักเรียนในการพัฒนาความก้าวหน้า
และเสริมสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน |
| 5.
|
สมาชิกของสมาคม มี 3 ประเภท คือ (1) สมาชิกสามัญ (2)
สมาชิกวิสามัญ (3) สมาชิกกิตติมศักดิ์ |
| 6.
|
ผู้สมัครเป็นสมาชิกสามัญ
ต้องเป็นผู้ที่เคยศึกษาอยู่ในโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเวลา
ไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา |
| 7.
|
ผู้สมัครเป็นสมาชิกวิสามัญ ต้องเป็นผู้ที่ (1)
ทำการสอนในโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่น้อยกว่า 1 ปี การศึกษา หรือ
(2) กำลังศึกษาในโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
|
| 8.
|
สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ผู้ทรงเกียรติคุณ
มีความรอบรู้หรือมีอุปการคุณแก่สมาคม หรือโรงเรียนสาธิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ซึ่งคณะกรรมการยกย่องและมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอต่อที่ประชุมใหญ่ และ
ที่ประชุมใหญ่โดยมติไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกที่มาประชุม
มีมติให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ |
| 9.
|
ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกต้องทำคำขอสมัครตามแบบ
ยื่นต่อเลขานุการสมาคม |
| 10.
|
ให้คณะกรรมการของสมาคมพิจารณาบุคคลผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก
เมื่อเห็นสมควรรับเข้าเป็นสมาชิกให้ แจ้งแก่ผู้สมัครทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
และปิดประกาศภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่คณะกรรมการ พิจารณาอนุมัติรับเข้าเป็นสมาชิก
|
| 11.
|
คณะกรรมการมีอำนาจไม่รับผู้สมัครคนใดเข้าเป็นสมาชิกในเมื่อมีเหตุควรเชื่อว่าการรับสมัครผู้นั้นอาจนำ
ความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมได้ในภายหลัง โดยคณะกรรมการไม่จำเป็นต้องชี้แจงแสดงเหตุ
|
| 12.
|
สมาชิกภาพของสมาชิกสามัญและวิสามัญเริ่มตั้งแต่วันที่มาขอลงทะเบียนและชำระเงินค่าลงทะเบียนเป็น
จำนวน 200 บาท สำหรับนักเรียนเก่าที่จบแล้วไม่เกิน 5 ปี และจำนวน 500 บาท
สำหรับนักเรียน เก่าที่จบเกินกว่า 5 ปี |
| 13.
|
สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อสมาชิก (1) ตาย หรือ (2)
ลาออกโดยแจ้งเป็นหนังสือถึงคณะกรรมการ
(3) คณะกรรมการของสมาคมพิจารณาให้ออกโดยที่ประชุมคณะกรรมการโดยมติไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก
ทั้งนี้คณะกรรมการ ต้องชี้แจงแสดงเหตุในการให้ออกแก่สมาชิก
และคณะกรรมการต้องให้โอกาสตามสมควรแก่สมาชิกผู้นั้นแก้ข้อกล่าวหา (4)
ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิก ตามข้อ 7. ของข้อบังคับสมาคม
|
| 14.
|
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก (1)
มีสิทธิเข้าฟังการประชุมและแสดงความคิดเห็น
แต่สมาชิกสามัญเท่านั้นที่มีสิทธิเสนอญัตติ ออกเสียงลงคะแนน
และได้รับการเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการ (2) มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม
(3) มีสิทธิใช้สถานที่ของสมาคม โดยปฏิบัติตามระเบียบของสมาคมที่กำหนดไว้
(4) มีสิทธิที่จะรับประโยชน์จากสมาคม การกีฬา การบันเทิง
และการอื่นซึ่งสมาคมจะจัดขึ้นสำหรับสมาชิกทั่ว ๆ ไป |
| 15.
|
สมาชิกทุกคนมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมและระเบียบทั้งหลาย
ซึ่งคณะกรรมการจะ กำหนดขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามข้อบังคับนี้
|
| 16.
|
ไม่ว่ากรณีใด ๆ
ห้ามสมาชิกใช้ชื่อของสมาคมหรือใช้สถานที่ของสมาคมเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือทาง
การเมืองเป็นอันขาด |
| 17.
|
การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมให้อยู่ภายใต้ความอำนวยการของคณะกรรมการ
ซึ่งมีจำนวน ไม่ต่ำกว่า 12 คน และไม่เกิน 25 คน
ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกสามัญของสมาคม |
| 18.
|
คณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่
1มิถุนายน ของปีแรกและ สิ้นสุดลงในวันที่ 31 พฤษภาคม ของปีที่สอง
|
| 19.
|
ในการเลือกตั้งคณะกรรมการให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการทั้งชุด
และกรรมการเลือกตั้งนายก สมาคม สำหรับตำแหน่งอื่น ๆ เช่น อุปนายก เลขานุการ
เหรัญญิก ปฎิคม สาราณียกร นายทะเบียน ประชาสัมพันธ์ และสวัสดิการนั้น
นายกสมาคมจะเป็นผู้แต่งตั้ง นักเรียนเก่าทุกรุ่นมีสิทธิส่งผู้แทน 1 คน
เพื่อเข้าประชุมร่วมกับคณะกรรมการผู้แทนรุ่นมีสิทธิ เสนอข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมการ
แต่คณะกรรมการเท่านั้นที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง กรรมการอันนอกจากที่กล่าวไว้
ให้คณะกรรมการจัดตั้งเป็นกรรมการฝ่ายต่าง ๆ และหรือชมรมที่
จำตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการของสมาคม
คณะกรรมการมีอำนาจตั้งกรรมการที่ปรึกษา กรรมการชมรมและอนุกรรมการเพื่อดำเนินการใด ๆ
ได้ |
| 20.
|
กรรมการทุกคนดำรงตำแหน่งกิตติมศักดิ์ |
| 21.
|
คณะกรรมการมีอำนาจที่จะวางระเบียบข้อบังคับในการปฏิบัติงานใด ๆ
ตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
|
| 22.
|
ให้มีการเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ
ทุกคราวที่มีการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะก่อนถึงวาระก็ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้ง
กรรมการคณะใหม่ |
| 23.
|
คณะกรรมการทั้งคณะย่อมพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระ เมื่อ (1)
ลาออกทั้งคณะ หรือ (2) ที่ประชุมใหญ่ลงมติไม่ไว้วางใจ
|
| 24.
|
กรรมการแต่ละคนย่อมพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระ เมื่อ (1)
ขาดจากสมาชิกภาพ หรือ (2) ลาออกจากตำแหน่ง หรือ (3)
ที่ประชุมใหญ่ลงมติไม่ไว้วางใจ เพื่อประโยชน์แห่งข้อนี้
ถ้ากรรมการใดขาดประชุมคณะกรรมการโดยไม่ชี้แจงแสดงเหตุและโดย
ที่ประชุมคณะกรรมการไม่สามารถทราบเหตุขัดข้องได้ถึง 3 ครั้งติดต่อกัน
ให้ถือว่าการขาดประชุม เช่นนั้นเป็นการแสดงเจตนาขอลาออกจากตำแหน่ง
|
| 25.
|
ในกรณีที่กรรมการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งเฉพาะตัว
หรือตำแหน่งกรรมการว่างโดยเหตุใดเหตุหนึ่งใน ระหว่างปี
ให้คณะกรรมการเลือกตั้งกรรมการซ่อมแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลงนั้น และกรรมการที่
ได้รับแต่งตั้งซ่อมนี้ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาที่กรรมการผู้ที่ออกไปนั้นชอบที่จะอยู่ได้
|
| 26.
|
ถ้าจำนวนกรรมการลดลงต่ำกว่า 12
คนระหว่างปีให้คณะกรรมการที่เหลืออยู่เลือกตั้งกรรมการซ่อม
แทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลงนั้น
และกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งซ่อมนี้ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่า
กำหนดเวลาที่กรรมการผู้ที่ออกไปนั้นชอบที่จะอยู่ได้ |
| 27.
|
องค์ประชุมกรรมการประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
ของจำนวนคณะกรรมการหรือไม่ น้อยกว่า 7 คน
และให้ใช้ข้อบังคับว่าด้วยการประชุมใหญ่โดยอนุโลม |
| 28.
|
ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหนึ่งครั้งในระหว่างเดือนตุลาคม
ธันวาคม |
| 29.
|
การประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาระเบียบวาระต่อไปนี้ (1)
เพื่อพิจารณารายงานกิจการของคณะกรรมการเกี่ยวกับกิจการของสมาคม
ซึ่งคณะกรรมการคณะนั้นได้ทำงานมา (2)
เพื่อพิจารณาและอนุมัติบัญชีงบดุลสำหรับปีที่ล่วงมาแล้ว (3)
เพื่อเลือกตั้งผู้สอบบัญชี (4) เพื่อปรึกษาพิจารณาอื่น ๆ
|
| 30.
|
การประชุมวิสามัญอาจมีขึ้นเพื่อการใด ๆ โดย (1) มติ 2 ใน 3
ของคณะกรรมการ (2) เมื่อสมาชิกสามัญ ไม่น้อยกว่า 25 คน
ร่วมกันร้องขอให้มีการประชุมวิสามัญเป็นหนังสือต่อเลขานุการ
ในคำร้องเช่นว่านั้นต้องแสดงเหตุผลและระบุหัวข้อประชุมด้วย
ให้เลขานุการเรียกประชุมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เลขานุการได้รับคำร้องนั้น
ถ้ามิได้มีการเรียกประชุมภายในกำหนดเวลาเช่นว่านั้น
สมาชิกผู้ร่วมกันร้องขอย่อมมีอำนาจร่วมกันเรียกประชุมวิสามัญเองได้
|
| 31.
|
ในการเรียกประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญ
เลขานุการต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมเป็นเวลาไม่น้อย กว่า 15 วัน
เป็นลายลักษณ์อักษรให้สมาชิกทราบถึงกำหนดวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระ
ประชุมไปยังสมาชิกทั้งมวลที่ปรากฏตามทะเบียน อย่างไรก็ดี ในกรณีรีบด่วนอย่างยิ่ง
คณะกรรมการอาจส่งคำบอกกล่าวเรียกประชุมเช่นว่านั้น ล่วงหน้าน้อยกว่า 15 วันก็ได้
แต่ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่า 7 วัน |
| 32.
|
ในการประชุมใหญ่ทั้งปวง องค์ประชุมย่อมประกอบด้วยสมาชิกสามัญ 50 คน
ขึ้นไปหรือไม่น้อยกว่า 1/5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด แล้วแต่กรณีใดจะน้อยกว่ากัน
|
| 33.
|
ถ้าการประชุมครั้งใดไม่ครบองค์ประชุม ภายหลัง 1
ชั่วโมงหลังจากกำหนดเวลาประชุมก็ให้งดการ ประชุมนั้นเสีย
และถ้าไม่ใช่การนัดประชุมที่เรียกตามคำขอร้องของสมาชิก และไม่ใช่สมาชิกเรียกเอง
ตามข้อ 30 (2) ก็ให้นัดประชุมใหม่ ภายในกำหนดที่คณะกรรมการจะเห็นสมควร
ในการประชุมที่นัดใหม่นั้น
มีสมาชิกมาประชุมมากน้อยเท่าใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุมได้
|
| 34.
|
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ
จะกระทำได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่และจะต้องมีเสียงลงคะแนนไม่น้อย กว่า 2 ใน 3
ของสมาชิกสามัญที่มาประชุม |
| 35.
|
การเสนอข้อแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับจะกระทำได้โดย (1)
กรรมการจำนวน 2 ใน 3 ของคณะกรรมการมีมติให้แก้ไขเพิ่มเติม (2)
สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 1/5
ได้ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับต่อคณะกรรมการให้เลขาธิการสมาคมประกาศร่างแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับไว้โดยเปิดเผย
ณ สำนักงานของสมาคมหรือแจ้งให้สมาชิกทราบไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุมใหญ่
|
| 36.
|
ให้คณะกรรมการรับผิดชอบในทรัพย์
และการเงินของสมาคมให้จัดให้มีบัญชีการเงินและทรัพย์สินของ
สมาคมตามหลักการบัญชีให้เป็นการถูกต้อง |
| 37.
|
เงินทุกประเภทของสมาคม
ต้องฝากไว้ในธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีฐานะมั่นคงในนามของสมาคม
เหรัญญิกจะเก็บรักษาเงินสดไว้ได้ไม่เกิน 5,000 บาท |
| 38.
|
การสั่งจ่ายเงินของสมาคมจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน
ต้องให้นายกหรืออุปนายกหรือเหรัญญิก 2 ใน 3 คน ตำแหน่งนี้ ลงนามร่วมกัน
พร้อมประทับตราสมาคม |
| 39.
|
นายกมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกินจำนวน 5,000 บาท
เกินกว่านี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากเสียงข้าง มากของที่ประชุมคณะกรรมการ
|
| 40.
|
เงินของสมาคมนั้นจะนำไปลงทุนแสวงหาประโยชน์ได้ก็แต่โดยอนุมัติของคณะกรรมการ
|
| 41.
|
ให้ทำบัญชีงบดุลประจำปีการเงิน ซึ่งสิ้นสุดเพียงวันที่ 30 กันยายน
บัญชีงบดุลนี้ต้องให้ผู้สอบบัญชี
ตรวจสอบรับรองแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายใน 3 เดือน
นับแต่วันที่ลงในงบดุลนั้นให้มีสำเนางบดุลเปิดเผยไว้ในสำนักงานของสมาคมในระหว่างเวลาเช่นว่านั้น
เพื่อให้สมาชิก ตรวจดูได้ด้วย |
| 42.
|
ผู้สอบบัญชีนั้นให้ที่ประชุมใหญ่เลือกทุกปี
ถ้าในระหว่างปีตำแหน่งผู้สอบบัญชีว่างลงด้วยเหตุใดก็ตาม
คณะกรรมการอาจแต่งตั้งผู้สอบบัญชี
ใหม่แทนได้ |